รู้นอกเล่ม

บุคคลพอเพียง...ตัวอย่างแห่งความเพียงพอ

ด้วยชีวิตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนท่ามกลางความวุ่นวายของสภาพสังคมเมือง ทำให้ พ.อ.อ.วีรพงษ์ สิทธิจันทร์เสน กับครอบครัว ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เพื่อดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงร่วมกับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่บนพื้นที่นาของตนเอง
 
ด้วยความมุ่งมั่นและความเพียรในการดำเนินชีวิตตามวิถีแห่งความพอเพียง จนเกิดเป็นผลสำเร็จ ทำให้ พ.อ.อ.วีรพงษ์ กลายเป็นต้นแบบซึ่งบุคคลในครอบครัว มิตรสหาย ชาวบ้านใกล้เคียง ไปจนถึงส่วนราชการให้ความสนใจ เกิดการรวมกลุ่มประชาชนผู้สนใจในการดำเนินชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ และตั้งชื่อกลุ่มว่า “ชมรมคนรักในหลวง” เนื่องจากรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ประชาชนชาวไทยจนเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ต่อมาได้มีผู้สนับสนุนงบประมาณในการขยายเครือข่ายชมรมฯ ไปยังจังหวัดอื่นๆ จึงได้จัดตั้งองค์กรขึ้นในนามของ “คณะบุคคลพอเพียง” จนกลายมาเป็น “มูลนิธิบุคคลพอเพียง” ในปัจจุบัน
 
การดำเนินงานของมูลนิธิบุคคลพอเพียง (ชมรมคนรักในหลวง) นั้น มุ่งเน้นการสนับสนุนให้ประชาชนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต รวมไปถึงการเชิดชูประวัติและผลงานของบุคคลตัวอย่างผู้ซึ่งปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น คุณสมโภชน์ ทับเจริญ อายุ 59 ปี อดีตอาจารย์ประจำศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ผันเปลี่ยนชีวิตรับราชการมานานกว่า 27 ปี มาทำ “ไร่นาสวนผสม” กลางกรุง ตามวิถีชีวิตดั้งเดิมของบรรพบุรุษในพื้นที่ที่รายล้อมด้วยบ้านจัดสรรในซอยนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.
คุณสมโภชน์เล่าว่า เมื่อบิดามารดาอายุมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มคิดว่า ควรจะทำอย่างไรกับที่ดินจำนวน 50 ไร่ที่เป็นสมบัติมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวด จนเมื่อมารดาเสียชีวิตลง จึงลาออกจากราชการกลับมาอยู่บ้านและพัฒนาที่ดินมรดกผืนนี้ให้เป็นการเกษตรเชิงธุรกิจและเชิงท่องเที่ยวใจกลางเมือง โดยได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจำนวน 14 ไร่ ทำเป็นย่านธุรกิจใช้ชื่อว่า “@บางขวด” มีร้านค้า ร้านกาแฟ เน้นขายอาหาร โดยนำผลผลิตจากไร่นาไปจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว ส่วนพื้นที่อีก 36 ไร่ ปลูกไม้ยืนต้นเพื่อให้ร่มเงา ทำแปลงนาข้าวไรซ์เบอร์รี่ เลี้ยงปลา ปลูกพืชผักต่างๆ
 
“มีคนบอกว่า ลงทุนปรับพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อการค้าขายและท่องเที่ยว อาจจะไม่คุ้ม ที่ดินราคาไร่ละ 20 ล้านบาท มาทำไร่ทำไม ได้เงินแค่เดือนนึงไม่กี่หมื่นบาท ขายที่ได้เงินก้อนโตไม่ดีกว่าหรือ แต่ผมคิดว่าไม่ใช่ ที่ดินตรงนี้ขึ้นราคาทุกนาที เพราะอยู่ในเมืองหลวง ถือเป็นดอกดินที่บานออก ดอกดินในแต่ละปีมันขึ้นราคาด้วยตัวของมันเองโดยอัตโนมัติ แล้วจะขายไปทำไม เรามีความสุขกับการทำให้คนอื่นมีความสุข คนมาเที่ยวสบายใจ กินอาหารอร่อย สุขภาพดี ก็ดีใจแล้ว” (บทสัมภาษณ์จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ )
 
หลักการที่คุณสมโภชน์นำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพนั้น ล้วนสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติที่กำหนด 17 เป้าหมาย เพื่อใช้เป็นทิศทางในการพัฒนาที่ยั่งยืนของประชาคมโลก ซึ่งมีกำหนดเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.  2558 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2573 ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี และสามารถแบ่งกลุ่มออกได้เป็น 5 กลุ่ม ตามองค์การสหประชาชาติ ประกอบด้วย
 
  1. กลุ่ม People หรือกลุ่มด้านสังคม/ความเป็นอยู่ของผู้คน: (1) การลดความยากจน (2) การขจัดความหิวโหย (3) สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (4) การศึกษาที่มีคุณภาพ และ (5) ความเท่าเทียมกันทางเพศ
  2. กลุ่ม Prosperity หรือกลุ่มด้านเศรษฐกิจและความมั่งคั่ง: (7) พลังงานที่สะอาดและจ่ายซื้อได้ (8) งานที่มีคุณค่าและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (9) อุตสาหกรรม นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน (10) ลดความเหลื่อมล้ำ และ (11) เมืองและชุมชนยั่งยืน
  3. กลุ่ม Planet หรือกลุ่มด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: (6) น้ำและสุขาภิบาล (12) การผลิตและบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน (13) การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (14) ระบบนิเวศทางทะเลและมหาสมุทร และ (15) ระบบนิเวศบนบก
  4. กลุ่ม Peace หรือกลุ่มด้านสันติภาพ: (16) สันติภาพและสถาบันที่เข้มแข็ง
  5. กลุ่ม Partnership หรือกลุ่มหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา: (17) หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา

เมื่อพิจารณาถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อแล้ว พบว่า การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจและชีวิตประจำวันของคุณสมโภชน์ ทับเจริญ ตรงกับเป้าหมายในข้อ 1. การลดความยากจน ข้อ 2. การขจัดความหิวโหย ข้อ 3. การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ข้อ 8. งานที่มีคุณค่าและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ข้อ 11. เมืองและชุมชนยั่งยืน ข้อ 12. การผลิตและบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจและชีวิตประจำวันที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่าง และนำมาปรับใช้ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสมต่อไป

รู้นอกเล่ม

ธนาคารโลกชี้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศมั่งคั่งอย่างก้าวหน้า (Progressive Prosperity)
Thinking, Fast and Slow – การตัดสินใจที่ถูกต้องเกิดจากการคิดแบบสัญชาตญาณผสานการใช้วิจารณญาณ
Influencer: The New Science of Leading Change
The Visionary ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต