รู้นอกเล่ม

Sufficiency for Sustainability พอเพียงเพื่อยั่งยืน

บนหนทางแห่งการพัฒนาภายใต้ข้อตกลงร่วมกันของประชาคมโลก ตามที่องค์การ สหประชาชาติ (United Nations: UN) ได้กำหนดให้มี ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน’ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558-2573 นั้น อาจกล่าวได้ว่ากระบวนทัศน์ดังกล่าวสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับหลัก ‘ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง’ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยในหลายโอกาส นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 และหลังวิกฤติ เศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 ที่พสกนิกรได้มีการสืบสานพระราชปณิธานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ความหมายในมิติที่ทั้งกว้างและลึก กล่าวคือเป็นแนวทางแห่งการดำรงชีวิตและการบริหารจัดการที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ‘ทางสายกลาง’ และ ‘ความไม่ประมาท’ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นฐานในการกลั่นกรองกระบวนการทางความคิดและการจัดการ ภายใต้หลักของความ ‘พอประมาณ’ ‘มีเหตุผล’ และ ‘มีภูมิคุ้มกัน’ นำไปสู่การตัดสินใจที่รอบคอบระมัดระวัง สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์แวดล้อมต่างๆ อันจะก่อให้ เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืนทั้งต่อชีวิตตนเองและประเทศชาติ

มูลนิธิมั่นพัฒนาในฐานะสื่อกลางขององค์ความรู้แห่งศาสตร์ของพระราชา มีพันธกิจสำคัญในการสร้างองค์ความรู้จากการศึกษาวิจัยและการพัฒนาโครงการเชิงพื้นที่ เพื่อนำผลที่ได้สู่การถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งในรูปแบบหลักสูตรการเรียนรู้กับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายที่ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองของกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องสู่ความพอเพียงเพื่อยั่งยืน รวมไปถึงการจัดเวทีเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติต่างๆ ที่มีการผสมผสานและสร้างสมดุลให้กับท้องถิ่น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลอย่างแท้จริง

องค์ความรู้ที่มูลนิธิมั่นพัฒนาได้รวบรวมไว้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา อาจแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่

1) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือความรู้จากศาสตร์ของพระราชาตามโครงการพระราชดำริต่างๆ และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

2) ความรู้ที่เกิดจากการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ คือความรู้ของชาวบ้านหรือปราชญ์ชาวบ้านที่สั่งสมสืบทอดกันมา

3) ความรู้และการพัฒนาในระดับประเทศและระดับสากลที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาที่ยั่งยืน อันเป็นความรู้ใหม่ๆ ที่ผู้แสวงหาหนทางแห่งการพัฒนาย่อมไม่อาจปฏิเสธที่จะเรียนรู้ โดยทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องดำเนินควบคู่ไปกับหลักคุณธรรมจริยธรรม อันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของงานพัฒนา

ปัจจุบันการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ได้เข้ามามี บทบาทสำคัญยิ่งในฐานะที่เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยนำพาให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า เนื่องด้วยศาสตร์แห่งการวิจัยและพัฒนานั้นตั้งอยู่บนฐานของการใช้องค์ความรู้ในเชิงวิชาการผ่านกระบวนการตั้งคำถามและค้นหาคำตอบอย่างมีเหตุและผลตรงตามแนวปฏิบัติอันเป็นที่ยอมรับในสากล ทั้งยังสามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

เช่นเดียวกันการส่งเสริมและเผยแพร่ให้ศาสตร์ของพระราชาแผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง จนนำไปสู่การปฏิบัติใช้อย่างบรรลุมรรคผลจะอาศัยเพียงความเชื่อมั่นและศรัทธาเพียงอย่างเดียวย่อมไม่พอ หากยังจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ในการวิจัยและพัฒนาเข้ามาช่วยหนุนเสริม เพื่อให้ปรากฏผลที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้จริง ที่ผ่านมามูลนิธิมั่นพัฒนาจึงได้มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้มีโครงการศึกษาวิจัยเชิงพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างนักคิดและนักปฏิบัติ ทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศ โดยเชิญชวนนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาต่างๆ มาร่วมศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ ออกมาเป็นชุดความรู้ในด้านต่างๆ ที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างมีหลักฐานเชิงประจักษ์และที่สำคัญคือสามารถนำมาถ่ายทอดให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจในหมู่ประชาชนทั่วไป

ในปี 2560 นี้ มูลนิธิมั่นพัฒนาได้รวบรวมผลงานจากโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ 4 เรื่อง ไว้ในหนังสือเล่มนี้ อันได้แก่

1) โครงการถอดบทเรียนกระบวนการจัดการองค์ความรู้และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาโครงการปิดทองหลังพระฯ

2) โครงการการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านใหม่สันติแบบบูรณาการ โดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

3) โครงการวิจัยและพัฒนาเรื่องการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้และความเข้มแข็งของชุมชนสู่คุณธรรมจริยธรรมและเศรษฐกิจพอเพียง

4) โครงการจัดทำสื่อการสอนเพื่อพัฒนาตนเองและองค์กรผ่านทางเว็บไซต์ตามมาตรฐานองค์กรธุรกิจตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

งานศึกษาวิจัยในโครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญ อาทิ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ รวมถึงคณาจารย์และนักวิจัยจากสถาบันต่างๆ ทั้งวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อีกทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชนอีกมากมายที่ให้การสนับสนุน รวมถึงสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนในแต่ละพื้นที่ที่พร้อมจะเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน

สามารถติดตามอ่านผลงานวิจัยของมูลนิธิมั่นพัฒนาประจำปี 2560 ได้ ที่นี่

รู้นอกเล่ม

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)
Systems Thinking for Social Change
ยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืน
การจัดการทรัพยากรเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน