รู้นอกเล่ม

THAILAND’S SUSTAINABLE BUSINESS GUIDE คู่มือแห่งการก้าวสู่อนาคตที่ดีกว่า ในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

ตัวอย่างธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
The Business Case for Sustainable Development

จากหนังสือ THAILAND’S SUSTAINABLE BUSINESS GUIDE คู่มือแห่งการทำธุรกิจยุคใหม่ ที่ใส่ใจความยั่งยืน หน้า 20 - 29

ภายใต้สภาวะปัจจุบันที่ประชาคมโลกกำลังเรียกร้องหาความยั่งยืน การประกาศเป้าหมายสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ จึงถือเป็นการกำหนดกรอบทิศทางในการกำกับดูแลการพัฒนาของประชาคมโลกในช่วงปี ค.ศ. 2016-2030 ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสามเสาหลักในการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดกำหนดแนวปฏิบัติและวิธีการที่ชัดเจนในการที่จะบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนดังกล่าว ในขณะที่ภาคธุรกิจมักจะได้รับแรงกดดันจากสังคมให้มีการดำเนินการเรื่องธุรกิจอย่างยั่งยืน แต่ในเมื่อไม่มีแนวทางและวิธีการที่เป็นที่ยอมรับอย่างชัดเจน องค์กรธุรกิจต่างๆ จึงประสบปัญหาว่าจะเริ่มต้นอย่างไรกับการก้าวไปบนเส้นทางของความยั่งยืนนี้

ในประเทศไทยนั้น ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไว้เป็นแนวทางช่วยให้ภาคธุรกิจของไทยสามารถประคับประคองตัวและผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจใน พ.ศ. 2540 มาได้อย่างไม่บอบช้ำมากนัก และกลายมาเป็นแนวทางปฏิบัติที่องค์กรธุรกิจหลายแห่งนำมาประยุกต์หรือปรับใช้ และเกิดผลสำเร็จให้เห็นแล้วในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แม้จะยังคงเป็นการดำเนินงานในลักษณะต่างคนต่างทำ แต่ก็กล่าวได้ว่าภาคธุรกิจไทยมีความตื่นตัวและความก้าวหน้าในด้านการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนค่อนข้างมาก

Thailand’s Sustainable Business Guide เป็นหนังสือเล่มที่ 3 ในหนังสือชุดเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสำนักพิมพ์ Editions Didier Millet (EDM) ร่วมกับมูลนิธิมั่นพัฒนาและภาคีเครือข่าย จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ เสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และส่งเสริมการปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หนังสือเล่มนี้จะเจาะลึกถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนในภาคธุรกิจไทย ผ่านกรณีศึกษาในองค์กรต่างๆ และบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร บุคคลในแวดวงธุรกิจตลอดจนนักวิชาการ รวม 30 ท่าน นำมาร้อยเรียงเป็นหลากหลายบทความ โดยแบ่งเนื้อหาทั้งหมดออกเป็น 3 ภาค

ในภาคแรกแสดงให้เห็นภาพรวมของธุรกิจ หลักคิดพื้นฐานของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการนำมาประยุกต์ใช้ในองค์กรทุกขนาด เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของธุรกิจและสนองประโยชน์ทั้งในด้านธุรกิจ คน และสิ่งแวดล้อม โดยมีผลการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยชี้ให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ทั้งในระดับยุทธศาสตร์ นโยบาย และการปฏิบัติจะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและมีศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว มีความสามารถในการปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดี สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อครองความผู้นำในตลาด และได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง จุดประเด็นท้าทายให้ผู้บริหารกิจการได้ขบคิดว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติเดิมๆ (Business as usual) ซึ่งอาจสร้างผลกำไรได้ในระยะสั้นแต่มีความเสี่ยงในระยะยาว หรือจะลองศึกษาและนำแนวทางตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหรือการพัฒนาที่ยั่งยืนไปปรับใช้ในองค์กรของตน

ภาคที่สองและสามเป็นการถอดบทเรียนจาก 57 องค์กรทั้งสัญชาติไทยและจากต่างชาติที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทยตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เช่น เอสซีจี เบทาโกร IKEA ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ โครงการพัฒนาดอยตุง ชีวาศรม BBOXX เป็นต้น ถ่ายทอดผ่าน 23 บทความ ซึ่งประมวลแนวทางปฏิบัติและการประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาขององค์กรหรือธุรกิจในทุกระดับและทุกสาขา พร้อมกรอบข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย Case Studies หรือตัวอย่างกรณีศึกษาจากองค์กรต่างๆ เหล่านั้น Toolbox ซึ่งนำเสนอเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของความยั่งยืน  Insights หรือบทสัมภาษณ์ซึ่งสะท้อนมุมมอง ประสบการณ์ และข้อคิดจากผู้บริหารองค์กรหรือผู้ที่ได้ปฏิบัติตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน Innovations หรือนวัตกรรมที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมขององค์กร และตอบสนองต่อการเป็นหุ้นส่วนร่วมกัน (Partnership) หรือการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และ Take Action ซึ่งเป็นคำแนะนำวิธีการในการเริ่มต้นขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนเพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

โดยในภาคที่สอง มีเนื้อหาทั้งสิ้น 10 บทความ แจกแจงแนวทางปฏิบัติสำหรับธุรกิจต่างๆ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ และปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการปรับตัวเข้าสู่เส้นทางแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน อันได้แก่

                (1) การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อให้มีการปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร

                (2) กลไกบรรษัทภิบาลหรือการกำกับกิจการที่ดี (Corporate governance) ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรธุรกิจทุกขนาดพึงมี

                (3) การบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านความยั่งยืนขององค์กร (Sustainability risk) ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่มักจะไม่ได้คำนึงถึงหรือให้ความสำคัญเท่าความเสี่ยงด้านการเงิน การปฏิบัติงาน และตลาด

                (4) การเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรในการสร้างนวัตกรรมและการปรับตัว รวมทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่านค่านิยมหลักขององค์กร ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

                (5) การบริหารจัดการทรัพยากรให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างประหยัด คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด สร้างขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

                (6) การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ

                (7) การวิจัยและพัฒนาสินค้าและบริการที่ส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืน มิใช่เพียงแต่ในกระบวนการผลิต แต่หมายถึงตลอดอายุการใช้งานของสินค้าหรือบริการนั้น

                (8) การปรับปรุงเทคโนโลยีที่เหมาะสมและเอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

                (9) การประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่มีค่านิยม ผลประโยชน์  บทบาทความรับผิดชอบ และความเสี่ยงคล้ายคลึงกัน ภายใต้กรอบแนวคิดของความเป็นหุ้นส่วนร่วมกัน

                (10) การเปิดเผยข้อมูลและจัดทำรายงานผลการดำเนินกิจการ ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรมีความใส่ใจต่อผลกระทบจากการธุรกิจอย่างจริงใจ และส่งเสริมให้เกิดการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส

ส่วนอีก 13 บทความในภาคที่สามนั้น กล่าวถึงประเด็นท้าทายในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาคธุรกิจ รวมทั้งเสนอแนะวิธีการนำแนวทางต่างๆ จากภาคที่สองไปใช้ เพื่อแก้ปัญหาและความท้าทายของธุรกิจในสาขาต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การประมงและทรัพยากรทางทะเล ธุรกิจด้านพลังงาน ภาคการผลิต วิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รัฐวิสาหกิจ ภาคการท่องเที่ยว ร้านค้ารายย่อยธุรกิจการเงิน การดูแลสุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ และภาคการขนส่ง

นอกจากเนื้อหาที่สื่อสารข้อมูลที่มีประโยชน์สู่ผู้อ่านอย่างตรงไปตรงมาแล้ว Thailand’s Sustainable Business Guide ยังมีภาพประกอบที่น่าสนใจและอินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่าย หนังสือเล่มนี้จึงถือได้ว่าเป็นคัมภีร์หรือคู่มือที่ช่วยสร้างความเข้าใจในหลักการและแนวปฏิบัติเพื่อพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืน และช่วยยืนยันว่าแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้นสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจได้จริง ถึงแม้จะมุ่งหวังให้ภาคธุรกิจเกิดการรับรู้และเข้าใจ พร้อมนำไปปฏิบัติ แต่หนังสือเล่มนี้ก็มิได้มีความสำคัญเฉพาะต่อนักธุรกิจ ผู้บริหาร หรือผู้ประกอบการเท่านั้น หากแต่ยังทรงคุณค่าควรแก่การอ่านสำหรับบุคคลทั่วไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์และความสุขอย่างยั่งยืนของตนเอง สังคม ประเทศชาติ และโลกของเรา

สามารถคลิกอ่านตัวอย่างหนังสือเพิ่มเติมได้ ที่นี่

รู้นอกเล่ม

Systems Thinking for Social Change
ยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืน
การจัดการทรัพยากรเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน
การบริหารความเสี่ยงบนหลักการของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง