รู้นอกเล่ม

การจัดการทรัพยากรเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน

Resource Management จากหนังสือ THAILAND’S SUSTAINABLE BUSINESS GUIDE คู่มือแห่งการทำธุรกิจยุคใหม่ ที่ใส่ใจความยั่งยืน หน้า 86 – 97

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังประสบกับภาวะการขาดแคลนทรัพยากร (resource scarcity) ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยในแต่ละประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างกันไป สำหรับประเทศไทยนั้น มีทรัพยากรอย่างพอเพียงที่จะหล่อเลี้ยงให้ภาคการผลิตและธุรกิจเติบโตมาได้โดยตลอด เรามีผลผลิตการเกษตรเหลือเฟือ มีทรัพยากรทางทะเลมากมายจนสามารถส่งออกได้ รวมทั้งมีแหล่งทรัพยากรท่องเที่ยวที่หลากหลายจนทำให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นรายได้สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศ แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาพบว่าในประเทศของเราเกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรจนถึงระดับที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข แม้ว่าภาคเอกชนและคนเมืองอาจจะไม่รู้สึกถึงผลกระทบจากการขาดแคลนทรัพยากร แต่ชุมชนในชนบทกลับเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากกว่า

นอกจากนี้แรงหนุนของปัญหาดังกล่าวในประเทศไทย ยังมาจากการย่างเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งทำให้เกิดการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลอีกด้วย

การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นในภาวะปัจจุบัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ภาคธุรกิจสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้น รวมทั้งสร้างความยั่งยืนและมั่นคง  การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เกิดความคล่องตัวในการทำธุรกิจ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลไปถึงผู้บริโภคในที่สุด

จากประสบการณ์ของภาคธุรกิจจำนวนมากจากทั่วโลก พอจะสรุปแนวทางการสร้างเสริมประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรได้เป็น 3 ประเด็นหลักๆ คือ ด้านการจัดซื้อ ด้านวงจรชีวิต และการมีส่วนร่วมของพนักงาน

การบริหารการจัดซื้อ หมายถึงการที่บริษัทควบคุมดูแลการจัดซื้อวัตถุดิบให้พอเหมาะพอดีกับการกระบวนการผลิต หากคำนวณผิดพลาด ก็จะทำให้เกิดการสูญเสียโดยไม่จำเป็น ในทางตรงข้าม หากบริหารการจัดซื้อให้ดี จะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้

นอกจากนี้การจัดซื้อยังมีความสำคัญต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย บริษัทชั้นนำในประเทศไทยต่างตระหนักและพยายามที่จะจัดระบบการจัดซื้อให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้การบริโภคทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหรือน้ำ เป็นไปอย่างคุ้มค่า

แนวคิดเกี่ยวกับวงจรชีวิต คือการวิเคราะห์วงจรชีวิตของวัตถุดิบต่างๆ เพื่อให้รู้ว่าจะใช้วัตถุดิบอย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุดและสร้างขยะให้น้อยที่สุด อันจะเป็นการลดต้นทุนในการจัดการขยะ และลดอันตรายจากขยะที่จะมีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

แนวคิดเรื่องวงจรชีวิตของวัสดุนี้ ยังมีผลต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกด้วย วิธีการตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการกำจัดผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุ จะช่วยให้ผู้ผลิตตระหนักถึงวงจรชีวิตของวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ และหาทางประหยัดต้นทุนเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ เช่น โทรศัพท์มือถือที่ตกรุ่น หากไม่นำไปทิ้ง จะสามารถนำชิ้นส่วนที่ยังไม่หมดอายุและใช้งานได้ กลับมาใช้กับการผลิตสินค้าตัวใหม่ต่อไปได้หรือไม่ เป็นต้น คำถามแบบนี้จะเป็นการเปลี่ยนกรอบความคิดในเรื่องของการใช้ทรัพยากรได้เป็นอย่างดี

การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลมากมายเพื่อจะนำมาพิจารณาและกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเหล่านี้ จะหาไม่ได้หากขาดการมีส่วนร่วมของพนักงาน ด้วยเหตุที่แต่ละบริษัทจะต้องมีกระบวนการนับร้อยนับพัน ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดซื้อ การผลิต การตลาด การจัดเก็บสินค้า การบำบัดของเสีย ความปลอดภัย สุขอนามัย หรือแม้แต่การจัดการโรงอาหาร และอื่นๆ โดยผู้ที่จะรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ดีที่สุดก็คือ ตัวพนักงานในส่วนงานนั้นๆ เอง ซึ่งนอกจากจะให้ข้อมูลแล้ว ยังสามารถช่วยในการกำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าอีกด้วย  มาตรการที่กำหนดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของพนักงาน มักจะได้รับการยอมรับและปฏิบัติมากกว่ามาตรการที่มาจากที่ปรึกษาภายนอก

วิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมจากพนักงานอย่างได้ผล คือการให้สิ่งตอบแทน ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเงินหรือโบนัส แต่อาจจะในรูปของการเพิ่มสิทธิประโยชน์ การเพิ่มอุปกรณ์สันทนาการ หรือแม้แต่การให้คำชมเชยสำหรับการให้ความร่วมมือที่ดี

การสร้างกระบวนการในการจัดการทรัพยากร (resource management procedures) ที่ได้ผล จะต้องมาจากข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนเพื่อนำมาเปรียบเทียบในหลายๆ สถานการณ์ (scenarios) โดยมีหลักการง่ายๆ คือ ต้องเป็นมาตรการหรือกิจกรรมที่ให้ผลคุ้มค่าและเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมาขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี  ยิ่งกว่านั้นยังมีแนวโน้มที่จะช่วยส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ UN’s Sustainable Development Goals หลายข้อ เช่น ข้อ 9  อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน  ข้อ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน และข้อ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อ่านเรื่องราวของการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จากประสบการณ์ของบริษัทและองค์กรต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมรายละเอียดและอินโฟกราฟิคที่ช่วยให้เห็นภาพของมาตรการด้านการจัดการทรัพยากรที่ได้ผล เช่น ไทยเบฟเวอเรจ ที่ปรับองค์กรเพื่อลดต้นทุน ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต อีเกีย ที่ออกแบบเพื่อความยั่งยืน และ บริษัทน้ำตาลมิตรผล ที่ใช้ประโยชน์จากชานอ้อยจากการผลิตน้ำตาลอย่างคุ้มค่าด้วยการนำมาเป็นเชื้อเพลิง พร้อมทั้งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาง ทั้งการให้ความรู้และร่วมพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เช่น การชลประทาน การจัดเตรียมดิน และการขนส่งที่ทันสมัย  

องค์กรจำนวนมากพบว่าการจัดการทรัพยากรอย่างระมัดระวัง ได้สร้างประโยชน์ในระยะยาวที่คุ้มค่าต่อต้นทุนที่ต้องใช้ไปในการนี้ ที่จริงแล้วประโยชน์ระยะยาวนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกับบริษัทที่ลงมือปฏิบัติเท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมไปถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ ของชุมชน และสิ่งแวดล้อมในภาพรวมอีกด้วย

รู้นอกเล่ม

การร่วมแรงร่วมใจกันเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สำคัญ
เรียนรู้ ยอมรับ และปรับตัว ให้เท่าทันกับเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด
วางแผนเพื่อผลิตสินค้าและบริการสู่ความยั่งยืน
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)