รู้นอกเล่ม

การร่วมแรงร่วมใจกันเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สำคัญ

ปัญหาและความท้าทายต่างๆ ที่โลกต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงด้านอาหาร การขาดแคลนน้ำ หรือพลังงานสะอาด เป็นปัญหาใหญ่และหนักหนาเกินกว่าที่ใครหรือองค์กรใด ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน จะแก้ไขได้โดยลำพัง  ถึงเวลาที่ผู้นำของทุกภาคส่วนในสังคมต้องยอมรับว่าการจะขจัดปัญหาที่ท้าทายเหล่านั้นจำเป็นต้องอาศัยความเป็นพันธมิตรที่ยั่งยืน วัดผลได้ มีความยืดหยุ่น และสร้างคุณค่าร่วมกันให้เกิดขึ้นในสังคม (Creating Shared Value)

ความเป็นพันธมิตรมีได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างบริษัทเอกชนด้วยกันเอง ระหว่างภาคเอกชนกับภาคประชาสังคม หรือกลุ่มสมาคมของภาคเอกชนกับองค์กรภาครัฐบาล ทั้งนี้แต่ละภาคส่วนต่างมีแรงบันดาลใจหรือความมุ่งหวังจากการร่วมมือเป็นพันธมิตรที่แตกต่างกันไป เช่น บริษัทเอกชนอาจต้องการได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ใส่ใจในสังคมและสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ภาคประชาสังคมอาจจะต้องการแบ่งปันทรัพยากรทั้งในรูปของเงินทุน ความรู้ และการฝึกอบรม  ส่วนของภาครัฐบาลนั้น ก็มีความต้องการที่จะขยายบริการและระบบสาธารณูปโภคให้ทั่วถึงโดยใช้งบอย่างประหยัด น่าเสียดายที่ประเทศไทยยังถือว่ามีการจับมือเป็นพันธมิตรไม่มากพอ ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากการที่ภาคเอกชนยังให้ความสนใจในเรื่องนี้น้อยเกินไป

อีกรูปแบบของการร่วมมือร่วมใจที่เป็นทางออกสำคัญของความท้าทายในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่อย่างการสร้างถนน น้ำประปา ระบบสุขาภิบาล หรือเทคโนโลยีการสื่อสาร คือ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership หรือ PPP) ซึ่งธนาคารโลกให้คำนิยามไว้ว่า “เป็นสัญญาระยะยาวระหว่างองค์กรภาคเอกชนกับหน่วยงานภาครัฐในการจัดหาบริการหรือสาธารณูปโภคเพื่อสาธารณะ โดยที่ฝ่ายเอกชนเป็นผู้รับความเสี่ยงและความรับผิดชอบ โดยค่าตอบแทนที่ได้รับนั้นขึ้นอยู่กับผลงาน”

ในต่างประเทศมีตัวอย่างของการร่วมแรงร่วมใจและเป็นพันธมิตรของบริษัทเอกชนจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำอย่าง Unilever, Siemens, Marks & Spencer, Danone รวมทั้งผู้ผลิตเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่อย่าง Coca-Cola และบริษัทด้านสุขภาพที่มีลูกค้าในเกือบสองร้อยประเทศทั่วโลกอย่าง Bupa ฯลฯ ซึ่งในบทความนี้ได้เล่าถึงรายละเอียดของการร่วมแรงร่วมใจกันไว้อย่างน่าสนใจ

บางตัวอย่างของการจับมือเป็นพันธมิตรในประเทศไทย ได้แก่ พันธมิตรระหว่างโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กับอิเกีย ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเครื่องเรือนและของใช้ภายในบ้านจากประเทศสวีเดน ในการร่วมกันออกแบบและผลิตสินค้าให้กับอิเกียและส่งออกไปขายในยุโรป ทำให้ชื่อของ “ดอยตุง” หรือ  “DoiTung” เป็นที่รู้จักออกไปในวงกว้าง และได้รับโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และอีกคู่พันธมิตรที่น่าศึกษาคือการจับคู่แลกเปลี่ยนสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิงกับข้าว ระหว่าง บริษัทบางจาก จำกัด (มหาชน) กับสหกรณ์การเกษตรศรีประจันต์ จำกัด ซึ่งนำไปสู่การที่ชุมชนสามารถเป็นเจ้าของสถานีบริการน้ำมันได้ในนามของสหกรณ์การเกษตรฯ

บทความเรื่อง การร่วมแรงร่วมใจ มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ พร้อมตัวอย่างของการร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในสังคมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยังยืน รวมไปถึงมุมมองจากผู้นำองค์กรที่อุทิศตนเพื่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สามารถนำไปปรับใช้กับองค์กรต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

การที่ประเทศจะพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืนได้นั้น การร่วมแรงร่วมใจกันของผู้คนเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ ซี่งการร่วมแรงร่วมใจนี้จะต้องมาจากทุกภาคส่วน มีความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ เป็นกิจกรรมที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคือต้องมี “คน” เป็นศูนย์กลาง

รู้นอกเล่ม

“เด็กเรียนรู้ เด็กรู้ทัน เด็กสร้างสรรค์”
ปลูกฝังด้วยแนวคิด “คิด พูด ทำ อย่างพอเพียง”
“หลักนิติธรรม” เป็นเครื่องมือในการครองแผ่นดินเพื่อนำไปสู่ประโยชน์สุข
“ปรัชญาพอเพียง” สู่ “หลักนิติธรรม” สร้างรากฐาน เสริมภูมิคุ้มกันเยาวชน สู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน