รู้นอกเล่ม

การประมงและทรัพยากรสัตว์น้ำ

ในอนาคตทรัพยากรสัตว์น้ำทั้งในรูปแบบที่จับได้ตามธรรมชาติและที่ได้จากการเพาะเลี้ยง จะกลายเป็นแหล่งอาหารอันสำคัญอย่างยิ่งของมนุษยชาติ เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของโลกที่จะเพิ่มขึ้นถึง 9.6 พันล้านคนในปี 2593 ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสัตว์น้ำรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก แต่การทำประมงของไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมายที่รอการแก้ไข จนทำให้ต้องสูญเสียรายได้ในส่วนนี้ไปในที่สุด

ปัญหาแรกในด้านการประมงของไทย เป็นผลมาจากความต้องการสัตว์น้ำเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้มีการจับสัตว์น้ำในปริมาณที่มากเกินควร การจับสัตว์น้ำในฤดูที่ห้ามจับ และการขยายพื้นที่การประมงออกไปยังน่านน้ำนอกเขตประเทศ เพราะพื้นที่ทำการประมงอยู่ห่างไกลเกินกว่าจะติดตามตรวจสอบได้ทั่วถึง รวมทั้งการจับสัตว์น้ำเฉพาะพันธุ์ที่มีความต้องการในตลาดสูง ทำให้มีการทำประมงเฉพาะปลาบางชนิดมากเกินไป จนอาจเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ของสัตว์น้ำชนิดนั้น

นอกจากเรื่องของปริมาณการจับสัตว์น้ำแล้ว ยังพบปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในการทำประมง คนงานเหล่านี้ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิความเป็นอยู่หรือสภาพการทำงานได้ จึงถูกกดขี่ ใช้งานหนัก และให้อยู่ในสภาพการจ้างงานที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างมาก ทำให้ประเทศไทยได้รับการขึ้นบัญชี IUU (illegal, unreported and unregulated fishing) โดยสหภาพยุโรป เมื่อปี 2558 เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสัตว์น้ำไปยังทวีปยุโรป

ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง เช่นในกรณีของการเลี้ยงกุ้งที่เคยเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจนทำให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อทำนากุ้ง ซึ่งกรรมวิธีการทำนากุ้งจะต้องมีการปล่อยน้ำเสียลงสู่ธรรมชาติ และปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ระบบนิเวศป่าชายเลน รวมทั้งทำให้พื้นที่ป่าชายเลนกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม มีการประมาณว่านับตั้งแต่เริ่มมีการสนับสนุนการเลี้ยงกุ้งมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนของไทยลดลงไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ

บทความ Fisheries and Marine Resources แนะนำถึงแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวไว้อย่างรอบด้าน เช่นการสร้างความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานด้านสัตว์น้ำ การใช้เทคโนโลยีในการติดตามและตรวจสอบแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ การติดฉลากแสดงแหล่งที่มาของสัตว์น้ำที่ถูกต้อง การแก้ไขปัญหาแรงงงานผิดกฎหมายที่มีการกดขี่เอารัดเอาเปรียบแรงงาน นอกจากนี้บทความยังแนะนำถึงวิธีการทำให้การประมงไทยได้รับความเชื่อถือจากทั่วโลก ด้วยการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในห่วงโซ่ทั้งหมด เพื่อการยกระดับมาตรฐานการประมงของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นอกจากนี้ ยังมีสถิติด้านอุตสาหกรรมการประมงอีกมากมาย รวมถึงตัวอย่างการดำเนินธุรกิจจากภาคเอกชนที่ดำเนินกิจการแบบมีธรรมาภิบาลและบทสัมภาษณ์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดท่านหนึ่งของเมืองไทย ที่ได้ให้คำแนะนำอันเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการสร้างความยั่งยืนให้กับการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศไทย

ปัญหาการประมงนับเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมระดับชาติ การจะแก้ไขปัญหาให้หมดไป จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมนี้ทั้งหมดจะต้องหันมาจับมือ ร่วมใจกัน หาทางลงมือแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยเร่งด่วน ก่อนที่จะไม่มีสัตว์น้ำเหลือให้บริโภคอีกต่อไป”

รู้นอกเล่ม

“เด็กเรียนรู้ เด็กรู้ทัน เด็กสร้างสรรค์”
ปลูกฝังด้วยแนวคิด “คิด พูด ทำ อย่างพอเพียง”
“หลักนิติธรรม” เป็นเครื่องมือในการครองแผ่นดินเพื่อนำไปสู่ประโยชน์สุข
“ปรัชญาพอเพียง” สู่ “หลักนิติธรรม” สร้างรากฐาน เสริมภูมิคุ้มกันเยาวชน สู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน