รู้นอกเล่ม

ปรัชญาพอเพียงสู่หลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานให้คนไทย มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยได้มีการดำรงชีวิตที่สมบูรณ์ได้ในภาวะปกติ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตก็ยังสามารถรับมือกับวิกฤติได้ด้วยความเสียหายที่น้อยที่สุด และฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุดเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินชีวิตด้วย “หลักแห่งความยั่งยืน”

“หลักแห่งความยั่งยืน” ประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนแรก คือ วิธีสร้างภูมิคุ้มกันหรือความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นทั้ง 4 ด้านได้แก่ ด้านวัตถุ คือการเงินและการทอง ด้านสังคมได้แก่ สุขภาพ การมีคุณธรรมจริยธรรม และการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่ การมีนโยบาย หรือยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม และ ด้านวัฒนธรรม ได้แก่ การมีวัฒนธรรมที่แข็งแรง

ส่วนที่สอง คือ เรื่องการตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบในระดับบุคคล หรือในวงกว้างระดับองค์กร หน่วยงาน หรือชุมชนนั้น จะต้องตั้งอยู่บนความพอเพียงและทางสายกลาง ประกอบด้วย การตัดสินใจอย่างพอประมาณตามอัตภาพในขณะที่ตัดสินใจ การตัดสินใจบนเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ เช่น เหตุผลทางกฎหมาย เหตุผลทางด้านวิชาการ และเหตุผลทางด้านศีลธรรม ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจนั้นกระทบกับความเข้มแข็งหรือว่าภูมิคุ้มกันที่สร้างไว้หรือไม่ หากส่งผลกระทบมาก แล้วเกิดความคุ้มค่าหรือไม่ เพราะฉะนั้นการตัดสินใจโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นแนวทางที่ช่วยให้คนไทยทุกคน ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้บริหาร ได้คิดอย่างรอบคอบเพิ่มมากขึ้น

ส่วนที่สาม คือ การใช้ความรู้นำไปสู่แนวทางปฏิบัติ ทั้งขั้นวางแผน และขั้นดำเนินการ และต้องมีความรู้จริง รวมถึงต้องฝึกจิตใจให้มีคุณธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นสิ่งที่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้ความสำคัญเป็นที่สุด อีกทั้งยังต้องมีความ ขยันหมั่นเพียร ใช้สติปัญญาและมีความรอบคอบ

หากเยาวชนไทยทุกคน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูและปลูกฝังให้มี “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตจนกลายเป็นนิสัยแล้ว ก็จะนำไปสู่การมีสังคมและประเทศที่เป็นอารยะ (Civilization) ซึ่งประกอบไปด้วย การที่ประชาชนมีศีลธรรม เกิดการยึดหลักนิติธรรม และการมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่จะช่วยสร้างความสามัคคี และก่อให้เกิดความสันติสุข

.

สำนักงานอัยการสูงสุด จึงได้ร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย อันได้แก่ มูลนิธิยุวสถิรคุณ มูลนิธิมั่นพัฒนา และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ได้น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาขับเคลื่อนงานในหลากหลายมิติ ได้ริเริ่มจัดทำโครงการ “ปรัชญาพอเพียงสู่หลักนิติธรรมจะสร้างประโยชน์สุขของมหาชน” ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมความประพฤติเด็กและเยาวชนให้อยู่ในกติกาของสังคมและกฎหมาย สามารถนำหลักปรัชญาพอเพียงและหลักนิติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิต ตลอดจนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอันเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่หลักนิติธรรมเพื่อสร้างประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน

รู้นอกเล่ม

“เด็กเรียนรู้ เด็กรู้ทัน เด็กสร้างสรรค์”
ปลูกฝังด้วยแนวคิด “คิด พูด ทำ อย่างพอเพียง”
“หลักนิติธรรม” เป็นเครื่องมือในการครองแผ่นดินเพื่อนำไปสู่ประโยชน์สุข
“ปรัชญาพอเพียง” สู่ “หลักนิติธรรม” สร้างรากฐาน เสริมภูมิคุ้มกันเยาวชน สู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน