รู้นอกเล่ม

ปลูกฝังด้วยแนวคิด “คิด พูด ทำ อย่างพอเพียง”

ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา ผู้อำนวยการศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ และกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2542 ได้มีการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาอยู่ในระบบการศึกษาของไทย และต่อมามีการพัฒนาจัดทำเป็นหลักสูตรการศึกษาชาติในปี 2544 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถานศึกษานำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียน นักศึกษาได้เรียนรู้การใช้หลักพอประมาณ มีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ใน 4 มิติ ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ

โดยทุกโรงเรียนต้องปลูกฝังแนวคิด “คิด พูด ทำ อย่างพอเพียง” ภายใต้ 4 มิติข้างต้น เช่น ด้านวัตถุหรือเศรษฐกิจ จัดให้มีกิจกรรมประหยัดค่าใช้จ่าย การอดออม การใช้น้ำใช้ไฟอย่างคุ้มค่า เป็นต้น ด้านสังคม มีกิจกรรมสร้างความสามัคคี และรับผิดชอบ ด้วยการฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่เห็นคุณค่าและอยู่ร่วมกัน ด้านสิ่งแวดล้อม การดูแลบริหารจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยหลายโรงเรียนมีการจัดกิจกรรม รีไซเคิลขยะ เกษตรอินทรีย์ การดูแลป่าและศึกษาพันธุ์ไม้ต่างๆ ส่วนด้านวัฒนธรรม มีการเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามและสืบทอดมา เช่น ประเพณีการบวชต้นไม้ ที่เป็นความเชื่อท้องถิ่นในเรื่องการรักษาต้นไม้และไม่ทำลายป่า

ดร.ปรียานุช ระบุว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผ่านฐานการเรียนรู้ครอบคลุมกว่า 2 หมื่นแห่ง คิดเป็น 63% ของโรงเรียนทั่วประเทศแล้ว และมีโรงเรียนที่ผ่านการคัดกรองคุณภาพกว่า 500 โรงเรียน โดยตัวชี้วัดผลความสำเร็จเบื้องต้น คือ ในแต่ละห้องเรียนต้องมีนักเรียนที่ใช้ชีวิตตามหลักพอเพียงเพื่อเป็นต้นแบบให้กับนักเรียนคนอื่น สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า การจัดการศึกษาไทย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติ (SDGs) ข้อที่ 4 ในเรื่องการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง

รู้นอกเล่ม

“เด็กเรียนรู้ เด็กรู้ทัน เด็กสร้างสรรค์”
ปลูกฝังด้วยแนวคิด “คิด พูด ทำ อย่างพอเพียง”
“หลักนิติธรรม” เป็นเครื่องมือในการครองแผ่นดินเพื่อนำไปสู่ประโยชน์สุข
“ปรัชญาพอเพียง” สู่ “หลักนิติธรรม” สร้างรากฐาน เสริมภูมิคุ้มกันเยาวชน สู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน