รู้นอกเล่ม

ชีวิตเสี่ยงๆ ภ. ณ ประมวลมารค ชีวิตของหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี บนดิน บนทะเล บนดอย

"เรื่องที่เราจะช่วยชาวเขา และโครงการชาวเขานั้น มีประโยชน์โดยตรงกับชาวเขาที่จะส่งเสริมให้ชาวเขามีความกินอยู่ดีขึ้น สามารถเพราะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นรายได้กับเขาเอง ที่มีโครงการนี้ จุดประสงค์อย่างหนึ่งก็คือมนุษยธรรม หมายถึงให้ผู้อยู่ถิ่นทุรกันดารสามารถที่จะมีความรู้ และพยุงตัวมีความเจริญได้ อีกอย่างหนึ่งก็เป็นเรื่องช่วยในทางที่ทุกคนเห็นว่าควรช่วย เพราะเป็นปัญหาใหญ่ ก็คือปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้าสามารถช่วยชาวเขาปลูกพืชที่เป็นประโยชน์บ้าง เขาจะเลิกปลูกยาเสพติด คือฝิ่น ทำให้นโยบายปราบปรามการสูบฝิ่นและการค้าฝิ่นได้ผลดี อันนี้เป็นผลอย่างหนึ่ง ผลอีกอย่างหนึ่งซึ่งสำคัญมากก็คือ ช่วยเขาเป็นผู้ที่ทำการเพาะปลูกโดยวิธีที่จะทำให้บ้านเมืองของเราไปสู่หายนะได้ โดยถางป่า แล้วปลูกโดยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ถ้าพวกเราทุกคนไปช่วยเขา ก็เท่ากับไปช่วยบ้านเมืองให้มีความอยู่ดีกินดี และความปลอดภัยอีกได้ทั่วประเทศ เพราะถ้าสามารถทำโครงการนี้สำเร็จ ให้ชาวเขาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง สามารถที่จะอยู่ดีกินดีพอสมควร และสนับสนุนนโยบายที่จะรักษาป่าไม้ รักษาดินให้เป็นประโยชน์ต่อไป ประโยชน์อันนี้จะยั่งยืนมาก" 

พระราชดํารัสของสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
อันนำไปสู่กำเนิดโครงการหลวง จากหนังสือ "ชีวิตเสี่ยงๆ" ภ. ณ ประมวญมารค หน้า 135

 

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง พระโอรสองค์เล็กของพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณกับหม่อมเจ้าหญิงพรพิมลพรรณ รัชนี ได้ทรงถ่ายทอดเรื่องราวประทับใจในชีวิตออกมาเป็นหนังสือชีวประวัติ ด้วยภาษาที่สั้นกระชับ เรียบง่าย และชวนติดตามไปพร้อมๆ กัน ภายในเล่มมีเรื่องราวที่ทรงร้อยเรียงตั้งแต่สมัยที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ ได้รับการศึกษาอบรมจากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย จนมีทักษะที่โดดเด่นในด้านการกีฬา และได้ไปทรงศึกษาต่อยังสหราชอาณาจักร เมื่อมีพระชนมายุเพียง 14 พรรษา จากนั้นโชคชะตาได้พลิกผันให้พระองค์ต้องเปลี่ยนสถานะจากพระโอรสที่มีวิถีการดำเนินชีวิตที่สุขสบาย ไปสมัครเป็นทหารในกองทัพอังกฤษ เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น และได้เข้าสู่สมรภูมิสงครามโลกในฐานะเสรีไทย ชีวิตภายใต้กองทัพอังกฤษส่งให้หม่อมเจ้าภีศเดช ได้เดินทางไปตามค่ายฝึกทหารในประเทศต่างๆ อย่างประเทศอินเดีย และท้ายที่สุดได้เข้ามาทำหน้าที่สายลับในไทย ก่อนจะพบรักกับหม่อมราชวงศ์ดัชรีรัชนา วรวรรณ และได้ทรงกลับไปศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ณ ที่นั้น ทรงได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรและพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระอนุชา ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย

จากเรื่องราวบนบก สู่บนทะเล หม่อมเจ้าภีศเดช ทรงเล่าถึงความสนพระทัยในการต่อและแล่นเรือใบที่ทรงได้รับทักษะมาจากการพยายามแสวงหาหนทางไปหาขนมอร่อยเสวยในยามสงคราม เมื่อครั้งยังศึกษาอยู่ใน สหราชอาณาจักร หม่อมเจ้าภีศเดชได้ทรงเรือใบจากกรุงเทพฯ ไปถึงทั้งหัวหินและสัตหีบ และเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในการต่อและแล่นเรือใบแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เรือใบลำแรกของพระองค์ได้รับพระราชทานชื่อว่า “ราชปะแตน” เมื่อเรือลงน้ำ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรจะทรงทำหน้าที่กัปตันเรือควบคุมหางเสือ ขณะที่หม่อมเจ้าภีศเดช เป็นลูกเรือคอยดูคลื่นลมและถ่วงน้ำหนักเรือให้สมดุล และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรได้ทรงปรับปรุงและพัฒนารูปแบบของเรือให้มีความเร็วยิ่งขึ้นในกาลต่อมา ทรงเรียกเรือใบรูปแบบใหม่ว่า “ซูเปอร์มด” และอีกรูปแบบหนึ่งคือ “ไมโครมด” ซึ่งเป็นชื่อที่ได้มาจากเรือต้นแบบ คือ เรือ Moth

ช่วงชีวิตที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งของหม่อมเจ้าภีศเดช คือ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยือนราษฎรในภาคเหนือ และหม่อมเจ้าภีศเดช ได้ตามเสด็จ นำไปสู่การทำงานสนองใต้เบื้องพระยุคลบาทในการดำเนินงานโครงการหลวง ที่แรกเริ่มเดิมทีมีจุดกำเนิดจากที่ทรงต้องการช่วยเหลือส่งเสริมชาวเขาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถเพาะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นรายได้ รวมทั้งลดปัญหาเรื่องฝิ่น และที่สำคัญคือลดการทำลายทรัพยากรป่าไม้และดิน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทรงงานพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่และโยงไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อมาในปัจจุบัน

เรื่องราวบนดอยที่หม่อมเจ้าภีศเดชถ่ายทอดไว้นั้นสะท้อนให้เห็นถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยระหว่างการดำเนินโครงการเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกร ดังเช่นเรื่องราวของต้นกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าต้นแรกในประเทศ ซึ่งหม่อมเจ้าภีศเดชกราบบังคมทูลเรื่องการนำเมล็ดพันธุ์มาจากต่างประเทศเพื่อทดลองปลูก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรทรงรับสั่งให้ปลูกบ้าง หม่อมเจ้าภีศเดชจึงได้ติดต่อให้ออสเตรเลียส่งเมล็ดพันธุ์มาได้สี่พันธุ์และได้เมล็ดพันธุ์มาจากเคนยาอีก ก่อนจะนำไปทดลองปลูกในพื้นที่กะเหรี่ยง เมื่อได้เวลาที่เมล็ดกาแฟออกลูก หม่อมเจ้าภีศเดชได้นำเสด็จไปทอดพระเนตรต้นกาแฟ ซึ่งเหลือรอดเพียง 2 ต้น นำไปสู่ยุคเริ่มแรกของการส่งเสริมการเพาะปลูกกาแฟเป็นพืชเมืองหนาวสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากแก่ชาวเขา

ทั้งยังทรงเล่าถึงการดำเนินงานต่างๆ ที่สะท้อนแนวพระราชดำริในการพัฒนาพื้นที่ด้วยหลักการเข้าใจ เข้าถึง เพื่อพัฒนาพื้นที่ทุรกันดารให้พลิกคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ ปวงประชาได้รับประโยชน์ และสามารถหาเลี้ยงชีพโดยสุจริตได้อย่างยั่งยืน ทั้งในการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจ ทำความรู้จักชาวบ้าน การคิดค้น ศึกษาวิจัยร่วมกับนักวิชาการและหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำการทดลองเพาะปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนการปลูกฝิ่น กระทั่งประสบผลสำเร็จและพัฒนาขึ้นเป็นโครงการหลวงในที่สุด

หม่อมเจ้าภีศเดช ทรงถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานและอุปสรรคต่างๆ บนดอยสูงด้วย ดังเช่นงานที่เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อต้องนำคณะแพทย์พระราชทานเข้าไปยังพื้นที่สีชมพูและแดง ซึ่งเป็นพื้นที่มีคอมมิวนิสต์ โดยหม่อมเจ้าภีศเดชเป็นหัวหน้าคณะ ทรงถ่ายทอดเรื่องราวอย่างตื่นเต้นว่า เมื่อเฮลิคอปเตอร์แตะพื้นดิน ต้องรีบลง แล้วเฮลิคอปเตอร์จะบินกลับไป ส่วนขากลับต้องนัดเวลาอย่างละเอียด เมื่อเครื่องลงแล้วมีเวลาขึ้นเครื่อง 1 นาทีเท่านั้น เครื่องจะออกทันที เพื่อไม่ให้ผู้ก่อการร้ายยิง หรือการขึ้นไปทำงานยังพื้นที่อ่างขางในสมัย พ.ศ. 2519 ที่รถสามารถขึ้นไปได้เพียงครึ่งทางตามถนนดินเท่านั้น จากนั้นต้องจอดรถไว้ข้างทางแล้วเดินขึ้นไปอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงอ่างขาง เป็นต้น

พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นอีกเรื่องราวที่หม่อมเจ้าภีศเดชทรงเล่าไว้ในหนังสือ โดยทรงเล่าว่า เมื่อเสด็จฯ ไปบ้านขุนวาง ดอยอินทนนท์ พระองค์พระราชทานเงินให้หญิงแม้วนางหนึ่ง เพื่อให้ไปหย่ากับสามี หลังจากนั้นแม้วที่หมู่บ้านเจอหม่อมเจ้าภีศเดชจะถามว่า “พระเจ้าอยู่หัวเอาเมียแม้วเหรอ” ซึ่งหม่อมเจ้าภีศเดชทรงเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่จึงไปกราบบังคมทูล และทรงรับสั่งว่าทรงซื้อหญิงแม้วนั้นพระราชทานให้หม่อมเจ้าภีศเดชแทน ตั้งแต่นั้นมาหม่อมเจ้าภีศเดชจึงเหมือนมีหม่อมเป็นแม้ว ทุกครั้งที่ไปนอนที่บ้านพ่อหลวงขุนวางจะมีหญิงแม้วคนนั้นมาดูแลในฐานะภรรยาเสมอ แต่ไม่นานหญิงแม้วคนนั้นก็หนีไปกับชายแม้วที่หมู่บ้านอื่น

หนังสือชีวประวัติของหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนีเล่มนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนถึงชีวิตที่ผจญภัยโลดโผนของหม่อมเจ้าภีศเดชเท่านั้น หากยังรวบรวมถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร และพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีต่อข้าราชบริพารและพสกนิกรอีกด้วย 

 

อ้างอิง: ภีศเดช, รัชนี ม.จ.. ชีวิตเสี่ยงๆ ภ. ณ ประมวลมารค ชีวิตของหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี บนดิน บนทะเล บนดอย. กรุงเทพฯ : แพรวสำนักพิมพ์ อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2560.